: 0-2691-5600 | : info@srisawadcapital.co.th | : จันทร์ - ศุกร์ : 08.30 น. - 17.30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ข่าวสารบริษัท

หน้าแรก / รายละเอียดข่าวสารบริษัท

ข่าวสารบริษัท

SCAP ประสบผลสำเร็จเกินคาด สวนกระแสตลาด ปรับเป้าสินเชื่อเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2564

บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล(SCAP) ส่งสัญญาณยอดรวมสินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง สวนกระแสฝ่าวิกฤตโควิด19 ดันผลงานสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่และสินเชื่อส่วนบุคคลโตเกินเป้า ด้านผู้บริหาร วิชิต พยุหนาวีชัย เผยโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นไตรมาส 3 ปี 64 บริษัทฯมียอดสินเชื่อปล่อยใหม่เติบโตเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ สวนกระแสตลาด ลั่นขอปรับเป้าสินเชื่อรายย่อยปี 2564 เพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท ดันผลงานทะลุเป้า หนุนหุ้น SAWAD โตต่อเนื่อง    วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ SCAP (เอสแคป) เผยว่าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ซึ่งถือเป็นปัจจัยกดดันหลักที่อาจทำให้เกิดการชะลอตัวของธุรกิจในทุกด้าน แต่จากการติดตามตัวเลขสินเชื่อของบริษัทฯพบว่ายังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ทำให้เอสแคปประกาศขยับเป้าสินเชื่อรายย่อยจากเดิม 4,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นถึง 200 % จากปี  2563 บริษัทคาดการณ์ว่าในไตรมาส 4 ปี 64 เศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวสะท้อนถึงโอกาสในการขยายตัวของสินเชื่อที่มีเพิ่มขึ้นมากกว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา “จากความต้องการสินเชื่อในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 ที่ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับสถานะเงินตึงตัวมากขึ้นของประชาชนโดยทั่วไป โดยสินเชื่อของบริษัทเป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคหันมาใช้บริการมากขึ้น เนื่องจากธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไปจะเน้นให้สินเชื่อกับผู้ที่มีหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจนและมีฐานะการเงินมั่นคง ส่วนนอนแบงก์เน้นปล่อยสินเชื่อขนาดเล็กและมีความยืดหยุ่นในการพิจารณาสินเชื่อมากกว่าจึงทำให้เกิดความคล่องตัวในการปล่อยสินเชื่อ ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการด้านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จึงเกิดการแข่งขันด้านดอกเบี้ย ผู้บริโภคจึงได้รับอานิสงส์ส่งผลให้สินเชื่อเกิดการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุก โดยได้เข้าร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อให้บริการสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์แบบเฉพาะเจาะจง นอกจากนั้นบริษัทฯยังได้มีการขยายธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซด์ใหม่แบบเต็มรูปแบบครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดหลักๆทั่วประเทศไทยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯมีโอกาสได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อหรือมีความต้องการมีรถมอเตอร์ไซค์อย่างแท้จริง” นายวิชิต กล่าว นายวิชิต กล่าวต่อไปว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา บริษัทฯถือว่าประสบความสำเร็จมากในสถานการณ์ที่นอกเหนือการควบคุม เช่นการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 บริษัทฯยังคงเดินหน้าให้บริการเพื่อให้เข้าถึงและเข้าใจลูกค้าทุกราย ดังนั้นจึงมั่นใจว่าการขยับเป้าสินเชื่อรายย่อยเป็น 5,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2564 จะทำได้ไม่ยาก โดยไตรมาสที่ 4/2564 คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวชัดเจนขึ้นและผู้บริโภคก็มีความพร้อมที่จะเริ่มจับจ่ายใช้สอยเป็นปกติมากขึ้น และจะหนุนให้ธุรกิจโดยรวมของเอสแคปเติบโตได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ บมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ และคาดว่าเอสแคปจะเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ภายในอีก 1- 2 ปีข้างหน้าตามแผนเดิมที่ได้วางไว้เพื่อขยายธุรกิจอย่างก้าวกระโดดในอนาคต

‘SCAP’ ผนึก ‘ALTITUDE’ เติมสุขให้คนอยากมีบ้าน

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP (เอสแคป) ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย และเป็นบริษัทในกลุ่ม บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) รุกผนึกกำลัง บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ ALTITUDE เติมสุขให้คนอยากมีบ้าน ลดข้อจำกัด เพิ่มสภาพคล่องด้านการเงิน ด้านผู้บริหาร วิชิต พยุหนาวีชัย เชื่อความร่วมมือนี้ช่วยเสริมแกร่งในภาคธุรกิจ รับดีมานด์ด้านที่อยู่อาศัยจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากโควิด-19 เริ่ม 1 สิงหาคมนี้ วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ เอสแคป เปิดเผยว่าความร่วมมือกันของเอสแคปและ ALTITUDE ครั้งนี้ เป็นการเสริมความแข็งแกร่งในภาคธุรกิจในยุคโควิด-19 ซึ่งจากเดิมที่ทางเอสแคปมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่เป็นหลักอยู่แล้ว ครั้งนี้เป็นการขยายตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคด้านที่อยู่อาศัย โดยเอสแคปยังยึดแนวคิด “เข้าใจ เข้าถึง” ความต้องการของผู้บริโภค ที่ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยได้ปรับเปลี่ยนไป จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คนส่วนใหญ่ต้องทำงานที่บ้าน หรือ  Work From Home ทำให้ความต้องการที่จะมีบ้านเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อลดการเดินทาง ลดความเสี่ยงในการกระจายตัวของเชื้อโรคในปัจจุบัน จากความสำคัญดังกล่าว ทำให้เอสแคปต้องการเพิ่มความสะดวกให้กลุ่มคนที่อยากมีบ้านสามารถมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยได้ง่ายและสบายมากยิ่งขึ้นผ่านความร่วมมือกับโครงการที่อยู่อาศัยของ ALTITUDE โดยลูกค้าของโครงการที่ประสงค์จะมีบ้านเป็นของตนเองสามารถเป็นเจ้าของได้โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์หรือหาเงินก้อนโตมาชำระให้กับโครงการ ทำให้การมีบ้านง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถติดต่อโครงการ ALTITUDE ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ชยพล หรรรุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เสริมว่ารู้สึกยินดีที่ได้ผนึกกำลังกับทางเอสแคป ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านสินเชื่อรายย่อย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ของโครงการ Altitude ได้มีความคล่องตัวด้านการเงิน ผ่านบริการของทาง ALTITUDE โดยตรง ปัจจุบันลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการต่างๆของบริษัทฯได้ อาทิ (1) โฮม ออฟฟิศ โครงการ Altitude Prove เกษตร (2) พรีเมียม ทาวน์โฮม โครงการ Altitude Kraf บางนา และ โครงการ Altitude Forest รัชดา (3) บ้านเดี่ยว โครงการ Altitude Forest อารีย์-โมนูเมนต์ (4) คอนโดมิเนียม โครงการ Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ โครงการ Altitude Symphony เจริญกรุง โครงการ One Altitude โครงการ Altitude Samyan และโครงการ The One Park ศาลายา (5) บ้านเดี่ยวพูลวิลล่า โครงการ Altitude Mastery สุขุมวิท และ (6) บ้านเดี่ยวคฤหาสน์ใจกลางสนามกอล์ฟ โครงการ The One Bellagio ได้ทุกวัน เช่นกัน “ครั้งนี้เป็นโอกาสในการขยายตัว และขอบข่ายสินเชื่อของเอสแคปสู่กลุ่มลูกค้าที่อยู่อาศัย ที่ผู้คนมักจะเป็นกังวล และเคยมีขั้นตอนการดำเนินการยุ่งยากและต้องหาเงินก้อนโตมาเพื่อจองบ้าน เอสแคปจะสนับสนุนและทำเรื่องยากให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและเบาตัวมากขึ้น โดยผู้ซื้อที่ต้องการจองที่อยู่อาศัยสามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านทาง ALTITUDE ได้ และในอนาคตเรายังคงมองหาโอกาสความร่วมมือต่างๆ รวมถึงการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างและครอบคลุม ตามเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำด้านบริการสินเชื่อแบบครบวงจรของเอสแคปอีกด้วย” วิชิต ทิ้งท้าย

‘วิชิต’ ชูวิสัยทัศน์ เข้าใจ เข้าถึง นำทัพ SCAP ฝ่าวิกฤตโควิด 19 เสริมแกร่งรอบด้านรับการแข่งขันยุค Next Normal

วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย เปิดเผยว่า สถานการณ์เกือบ 2 ปีเต็มที่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ได้แพร่ระบาดอย่างหนัก นอกจากคร่าชีวิตและสุขภาพของผู้คนกว่า 160 ประเทศแล้ว ยังสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจน้อยใหญ่และตลาดทุนทั่วโลก โดยเอสแคปได้นำแนวคิด เข้าใจ เข้าถึง ด้วยวิธีการนำ คน+เทคโนโลยี มาผสมผสานร่วมกันเพื่อพร้อมปรับตัวและรับมือต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เอสแคปเดินหน้าช่วยเหลือคนไทยได้อย่างต่อเนื่องต่อไป แนวคิดในการดำเนินธุรกิจของเอสแคป ซึ่งมีแผนเริ่มเกมรุกพร้อมๆ กับที่สังคมไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 นับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย จากที่เอสแคปวางแผนมุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อในอีก 2-3 ปี ในขณะเดียวกันเราต้องปรับกระบวนทัพและเสริมแกร่งรอบด้านรองรับการแข่งขันจาก New Normal ความปกติใหม่ในการอยู่ร่วมกับ COVID-19 สู่ Next Normal ความปกติในระยะถัดไปหลัง COVID-19 เพราะแม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 จะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลจากการเปลี่ยนแปลงของโรคระบาดครั้งนี้ส่งผลต่อวิถีชีวิตผู้คน สังคม และเศรษฐกิจ จะยังคงอยู่กับเราไปอีกระยะเวลาหนึ่ง เหมือนเป็นโรคไข้หวัด ที่เมื่อเป็นแล้วก็ต้องรักษา และป้องกันไม่ให้คนอื่นๆ เป็นไปด้วย ดังนั้นเราต้องปรับปรุงวิธีการทำงานของเราเพื่อให้อยู่กับ COVID-19 ให้ได้อย่างปกติในภาวะที่ไม่เป็นปกติเช่นนี้ และเราต้องเตรียมพร้อมให้ทุกส่วนขององค์กรเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างปกติในภาวะไม่ปกติ หรือการที่พนักงานไม่สามารถมานั่งทำงานร่วมกันได้เหมือนในยามปกติ ทั้งนี้เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการสัมผัสกันของพนักงานนั่นเอง กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจสำหรับ Next Normal ของทางเอสแคป คือ การเข้าใจ เข้าถึง โดยเราเน้นให้ คน+เทคโนโลยี สามารถทำงานร่วมกันได้ในทุกสถานที่และทุกเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เราได้พัฒนาเทคโนโลยีการทำงานให้มีความทันสมัย สะดวกกับการใช้งาน พนักงานสามารถทำงานได้อย่างปกติโดยใช้เครื่องมือใกล้ตัว เช่น โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์โฟนในการทำงาน ทำให้บริษัทฯสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างปกติในทุกโอกาส แม้ไม่มีพนักงานมานั่งทำงานที่สำนักงานแม้แต่คนเดียว และจากนี้เอสแคปจะรุกหนักพื้นที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อสร้างการเข้าถึง เข้าใจ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เพราะจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดการกลับไปลงทุนและใช้ชีวิตในบ้านเกิดมากขึ้น โดยปัจจัยหลักอยู่ที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุน จึงเกิดการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยในพื้นที่ต่างจังหวัด จากเดิมที่อาจกระจุกตัวในหัวเมืองใหญ่ ขณะเดียวกันพบพฤติกรรม มุมมอง และวิธีการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเปลี่ยนแปลงไป บริษัทฯจึงต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เจ้าหน้าที่ สาขาให้บริการ รวมถึงระบบสนับสนุนการปฎิบัติงานอัจฉริยะให้รองรับและพร้อมอยู่เสมอกับการขับเคลื่อนสู่ยุค Next Normal “สำหรับยุค Next Normal มีอีกหลายปัจจัยพื้นฐานในชีวิตที่ผู้คนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปเยอะมาก โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยมีแบ่งออกเป็น 10 ปัจจัย ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ โซเชียลมีเดีย สินค้าอุปโภคบริโภค FMCG เงิน เครื่องนุ่งห่ม ยา โทรศัพท์มือถือ และพลังงาน ซึ่งได้กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้บริโภค และเรื่องเหล่านี้ทางเอสแคปไม่เคยมองข้ามและพยายามปรับตัวรอบด้านให้ได้ยืนหยัดเคียงข้างกับสังคมไทยต่อไป” นายวิชิต กล่าวเสริม นอกจากนี้ การดูแลความเป็นอยู่ที่ดีแก่พนักงานในยามวิกฤตนับเป็นสิ่งที่สำคัญลำดับต้นๆ ของหน้าที่ผู้บริหาร ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทำงาน เพราะช่วงเวลานื้คือการเปลี่ยนแปลงที่ทุกองค์กรไม่เคยเจอมาก่อน ฉะนั้นในฐานะของหัวเรือใหญ่ต้องหาทางที่จะอยู่รอด ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานทุกคน รับฟังความคิดเห็นในช่วงเวลาที่พนักงานต้องการความมั่นคงทางจิตใจ ส่งผลให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงานในระยะยาวต่อไป   --------------------------- ประสบการณ์ในการบริหารงาน นายวิชิต พยุหนาวีชัย มีประสบการณ์อยู่ในแวดวงการเงินมายาวนานกว่า 30 ปี และมีผลงานที่โดดเด่นจากหลากหลายองค์กรชั้นนำด้านการเงิน ได้แก่ บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารเอชเอสบีซี, บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด ด้วยวิสัยทัศน์และการบริหารงานอย่างมืออาชีพ จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SCAP โดยแต่งตั้งนายวิชิต พยุหนาวีชัย เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP (เอสแคป) และแต่งตั้งให้เป็นกรรมการของบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมทีมงานที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในธุรกิจสินเชื่อ มั่นใจ จะนำพา SCAP (เอสแคป) สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และสร้างผลกำไรที่ดี พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใน 2-3 ปีจากนี้ ---------------------------

SCAP ดันสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ช่วยคนไทยให้ไปต่อ

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP (เอสแคป) ผู้ดำเนินการธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำของไทย ร่วมสนับสนุนให้ทุกคนเต็มที่กับชีวิตได้ทุกวัน วิชิต พยุหนาวีชัย เผยพร้อมเคียงข้างคนไทยให้ได้ไปต่อ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ระลอกใหม่ “โควิด ชีวิตไม่ติด” ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์รองรับบริการด้านเดลิเวอรี่ที่ขยายตัวในตลาดอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดช่องทางการให้บริการทั่วประเทศ วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ SCAP (เอสแคป) เผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 พบการปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยบริการด้าน Delivery มีแนวโน้มเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบการจัดส่งอาหารไปยังที่พักด้วยรถจักรยานยนต์หรือ Food delivery เติบโตถึง 78-84% ในปี 2563 และยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2564 สะท้อนถึงการเติบโตอย่างชัดเจนในกลุ่ม Delivery เอสแคปจึงพร้อมสนับสนุนให้ทุกธุรกิจ ทุกอาชีพได้ปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ผ่านพ้นวิกฤตโควิดครั้งนี้ผ่านสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซด์ ในอัตราดอกเบี้ย เริ่มต้นเพียง 1.19% ต่อเดือน “ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหลายธุรกิจต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงท่ามกลางข้อจำกัดของการแพร่ระบาดของโควิด – 19 พ่อค้าแม่ค้าที่เคยค้าขายกับลูกค้าโดยตรงต้องปรับกลยุทธ์ เป็นการรับออเดอร์ผ่านออนไลน์ และใช้บริการเดลิเวอรี่เข้ามาช่วยเกือบ 100% รวมถึงมีผู้เข้ามาประกอบอาชีพไรเดอร์ หรือผู้ให้บริการส่งอาหาร-พัสดุ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งทำเป็นรายได้เสริมและรายได้หลัก เพื่อพยุงรายได้และความเป็นอยู่ของครอบครัว ทำให้ตลาดเติบโตสวนกระแส ทางเอสแคปจึงผุดไอเดียพร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีรายได้มีอาชีพ และก้าวต่อไปได้ด้วยบริการสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ที่ปัจจุบันมีช่องทางการให้บริการกระจายอยู่ทั่วประเทศ” วิชิต กล่าว สำหรับรายละเอียดสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ เอสแคปเปิดเกณฑ์ให้ผู้กู้ที่มีอายุ 18 ถึง 65 ปี มีที่พักอาศัย ในเขตพื้นที่ให้บริการและรายได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ โดยใช้เอกสารประกอบการสมัครไม่ยุ่งยากเพียง (1) เอกสารสำเนาบัตรประชาชน และ (2) เอกสารแสดงรายได้ สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0 2481 7865 หรือ https://www.sleasing.co.th

SAWAD ไฟเขียว SCAP ลุยธุรกิจเช่าซื้อเต็มรูปแบบ เข้าถือหุ้น ‘เอส ลีสซิ่ง’ 90%

บมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SAWAD ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SCAP มีมติอนุมัติให้บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยเข้าซื้อหุ้น บจก.เอส ลีสซิ่ง โดยถือหุ้นทั้งหมด 90% แต่งตั้ง วิชิต พยุหนาวีชัย ควบตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บจก.เอส ลีสซิ่ง จัดทัพลุยตลาดด้วยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่เต็มกำลัง ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าและพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ ดันกำไรเติบโตต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ SCAP (เอสแคป) เผยว่า บริษัทฯประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2564 จะทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย เป็นโอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจใหม่ให้กับ SCAP ควบทั้งธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่เป็นธุรกิจหลักและกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งเราเห็นโอกาสในการขยายตัว โดยบจก.เอส ลีสซิ่ง เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ ที่มีการเติบโตสวนกระแสในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมีผลการดำเนินงานบริษัทฯ อย่างโดดเด่น โดย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2563 ยอดรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ที่ได้รับการอนุมัติเติบโตกว่าเป้าหมาย 400 % และยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่เติบโตทะลุเป้าหมายกว่า 300% ทั้งนี้จากการเติบโตในสถานการณ์ดังกล่าว บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ จึงมีมติอนุมัติให้ บจก.ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล เข้าซื้อกิจการ บจก.เอส ลีสซิ่ง จำนวนเงิน 42.5 ล้านบาท รวมกับหุ้นเดิม กลายเป็นจำนวน 90% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด พร้อมแต่งตั้งนายวิชิต พยุหนาวีชัย เป็นกรรมการผู้จัดการ บจก.เอส ลีสซิ่ง มีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2564 การเข้าซื้อกิจการจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เอสแคปในด้านธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และธุรกิจเช่าซื้อ และขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านบริการสินเชื่อแบบครบวงจร เตรียมประเดิมด้วยการขยายตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่เพื่อเพิ่มฐานกลุ่มลูกค้าให้กว้างและครอบคลุม   “เอสแคป มีมุมมองเชิงบวกจากการเติบโตในธุรกิจเช่าซื้อของ เอส ลีสซิ่ง จึงสนใจและได้เข้าซื้อหุ้นของ บจก.เอส ลีสซิ่ง เพิ่มเติม การได้ เอส ลีสซิ่งมาเสริมทัพจะทำให้ SCAP สามารถนำจุดแข็งมาต่อยอดพัฒนา พร้อมเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผมในฐานะที่เข้ามานั่งบริหารใน เอส ลีสซิ่ง ก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะรุกตลาดสินเชื่อเช่าซื้อเต็มรูปแบบ โดยประเดิมด้วยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายฐานลูกค้า เพิ่มผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อทำสำเร็จ ผลที่ตามมาจะทำให้บริษัทมีผลกำไรที่โดดเด่น และเติบโตได้อย่างยั่งยืน หนุนความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน เนื่องจากตามแผน บริษัทมีเป้าหมายจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์” นายวิชิตกล่าว บริษัท เอส ลีสซิ่ง จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2563 ด้วยทุนจดทะเบียนห้าสิบล้านบาท และในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564 บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้อนุมัติให้เอสแคป (SCAP) เข้าซื้อกิจการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หรือถือหุ้นทั้งสิ้น 90% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด สำหรับ บจก.เอส ลีสซิ่ง เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์แก่ลูกค้ารายย่อยทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ปัจจุบันสนับสนุนการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับผู้ที่ต้องการมีเป็นรถมอเตอร์ไซค์เป็นของตนเอง เพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพต่างๆ โดยบริษัทฯมุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าทุกคนด้วยความเป็นธรรม และให้บริการอย่างถูกต้องในทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการให้บริการ

SAWAD ตั้ง ‘วิชิต พยุหนาวีชัย’ คุม SCAP วางเป้าปี 64 มียอดสินเชื่อคงค้างโต 100% เล็งแต่งตัวเข้าตลาดหุ้นภายใน 2-3 ปี

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SCAP แต่งตั้ง วิชิต พยุหนาวีชัย เป็นกรรมการผู้จัดการ มีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 นำทีม SCAP สู่ความสำเร็จด้านสินเชื่อรายย่อย ตั้งเป้ามียอดสินเชื่อคงค้างเติบโตกว่า 100 % ในปี 2564 และสร้างผลกำไรที่ดี พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 2-3 ปี นายวิชิต พยุหนาวีชัย มีประสบการณ์อยู่ในแวดวงการเงินมายาวนานกว่า 30 ปี และมีผลงานที่โดดเด่นจากหลากหลายองค์กรชั้นนำด้านการเงิน ได้แก่ บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารเอชเอสบีซี, บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด ด้วยวิสัยทัศน์และการบริหารงานอย่างมืออาชีพ จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SCAP โดยแต่งตั้งนายวิชิต พยุหนาวีชัย เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP (เอสแคป) พร้อมทีมงานที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในธุรกิจสินเชื่อ มั่นใจจะนำพา SCAP (เอสแคป) สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และสร้างผลกำไรที่ดี พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใน 2-3 ปีจากนี้ นายฉัตรชัย แก้วบุตตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD กล่าวว่า “SCAP (เอสแคป) ถึงแม้ว่าจะเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งลงมาแข่งขันในวงการสินเชื่อรายย่อย แต่เชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการเงินที่ผ่านมาของ คุณวิชิต พยุหนาวีชัย จะสามารถบริหารจัดการทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง และสามารถนำพา SCAP (เอสแคป) ไปสู่เป้าหมายที่บริษัทฯต้องการได้อย่างแน่นอน”  “ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล เป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการด้านสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยทั้งลูกค้าบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยปัจจุบันให้บริการด้านสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในการเริ่มต้นของ SCAP นี้เราตั้งเป้ามียอดสินเชื่อคงค้างเติบโตกว่า 100 % ในปี 2564 และพร้อมจะผลักดันบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และเดินหน้าสร้างนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ทันสมัยและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด และในระยะยาวเราตั้งใจจะเป็นสถาบันการเงินที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วยครับ” นายวิชิตกล่าวเสริม บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ด้วยทุนจดทะเบียนห้าสิบล้านบาท และในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ทำการเพิ่มทุนทำให้เอสแคป (SCAP) มีทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้นเท่ากับ 300 ล้านบาท โดยปัจจุบัน SAWAD เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หรือถือหุ้นทั้งสิ้น 65% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

“SAWAD” ควักเงินลงทุนเพิ่มควบรวมกิจการ “ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล”

SAWADควักเงินลงทุนเพิ่มควบรวมกิจการ ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอลปักธงปีหน้าสินเชื่อโตกว่า 100% ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันภายใต้กำกับ มียอดหนี้คงค้างกว่า 1,000 ล้านบาทภายใน 12 เดือน เนื้อหอม SAWAD โดดควักเงินลงทุนเพิ่มอีก 192.5 ล้านบาท เพื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขยายฐานลูกค้าหลังควบรวมดันสภาพคล่องดี วางแผนขยายบริการสินเชื่อรายย่อยให้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตเพิ่มอีกกว่า 100 % พร้อมเล็งเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 2 ถึง 3 ปีข้างหน้า นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา กรรมการผู้จัดการบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า การเข้าควบรวมกิจการกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ เอสแคป (SCAP) โดยเพิ่มการลงทุนอีก 192.5 ล้านบาท จะทำให้หลังจากที่ควบรวมกิจการแล้วเอสแคป (SCAP) จะมีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านบาท ซึ่งทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ SAWAD เพิ่มเป็น 65% จากเดิม 5% และ SAWAD จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ การควบรวมครั้งนี้เนื่องจาก SAWAD มองเห็นถึงศักยภาพการบริหารธุรกิจของเอสแคป (SCAP) ว่าจะสามารถเติบโตพร้อมทำกำไรได้ดี โดยตั้งแต่เอสแคป (SCAP) เริ่มเปิดให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 เป็นต้นมา เอสแคป (SCAP) มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมียอดหนี้คงค้างกว่า 1,000 ล้านบาท ในขณะที่มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพียง 0.2 % การเติบโตอย่างรวดเร็วดังกล่าวเป็นผลมาจากกระบวนการคัดเลือกลูกค้าชั้นดี มีคุณภาพ มีระบบปฏิบัติการสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ สามารถอนุมัติสินเชื่อได้อย่างรัดกุมและรวดเร็วด้วยบุคลากรมืออาชีพที่ต่างมีความชำนาญในวงการการเงินการธนาคารกว่า 30 ปี ด้วยการควบรวมดังกล่าวจะทำให้ฐานลูกค้าของกลุ่ม SAWAD ขยายเพิ่มขึ้นเนื่องจาก เอสแคป (SCAP) เน้นกลุ่มลูกค้าชั้นดีระดับกลางถึงระดับบนที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป และเน้นผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งนี้เอสแคป (SCAP) จะเป็นบริษัทฯ ที่มีเสถียรภาพทางการเงินเพิ่มขึ้นและในอนาคตมีแผนที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อลูกค้ารายย่อยอื่นๆ ให้มีความหลากหลาย มีความหมาะสม และตรงตามความต้องการของลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น โดยในปี 2564 เอสแคป (SCAP) ตั้งเป้ามียอดสินเชื่อเติบโตกว่า 100 % โดยกำหนดเป้าหมายจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอีก 2 ถึง 3 ปีข้างหน้า   ที่มา : www.prachachat.net วันที่ 14 ธันวาคม 2563

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าจากไวรัส COVID-19

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบุคคล และไม่เป็น NPL ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2563 สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการตามมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2691 5600 วันจันทร์ - วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08:30 – 17:00 น  *มาตรการความช่วยเหลือเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ